ขั้นตอนในการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมแบบทั่วไป
ในการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมแบบทั่วไป ไม่ว่าจะทำเพื่อทดแทนฟันเพียงหนึ่งซี่ หรือทั้งปากเลยก็ตาม จะมีขั้นตอนการรักษาที่เหมือนกันดังนี้
- การตรวจวินิจฉัยและการถ่ายเอ๊กซเรย์
- การถ่ายเอ๊กซเรย์และการตรวจสภาพช่องปาก มีความสำคัญในการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาที่ถูกต้องของทันตแพทย์ รวมถึงการกำหนดวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
- การเตรียมบริเวณที่จะทำการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม
- ทันตแพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดเหงือกเพื่อกำหนดตำแหน่งบนกระดูกรองรับฟันที่จะได้รับการปลูกรากฟันเทียม
- ในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการมีกระดูกรองรับฟันที่มีความหนาไม่เพียงพอนั้น ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการปลูกถ่ายกระดูกก่อนที่จะดำเนินการปลูกรากฟันเทียมต่อไป
- หลังจากที่มีกระดูกรองรับฟันที่มีความแข็งแรงและสภาพที่เหมาะสมแล้ว ทันตแพทย์จะทำการเตรียมการเพื่อ
ขั้นตอนต่อไป
- ขั้นตอนการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมบนกระดูกรองรับฟัน
- ทันตแพทย์จะทำการฝังรากฟันเทียมไททาเนียมลงบนกระดูกรองรับฟัน และทำการเย็บปิดแผล
- ขั้นตอนการพักรักษาเพื่อรอการสมานระหว่างกระดูกรองรับฟันและรากฟันเทียมไททาเนียม
- ทันตแพทย์จะทำการตัดไหมประมาณ 7 – 14 วันหลังการผ่าตัด
- ระยะพักฟื้นจะใช้เวลาประมาณ 2 –3 เดือนหลังการผ่าตัดปลูกรากฟันเทียม เพื่อรอการสมานตัวของกระดูกรองรับฟันกับรากฟันเทียมไททาเนียม
- การติดเสายึด (Abutment) หรือ โลหะยึดแผงฟันปลอม (Ball/Bar) ลงบนรากฟันเทียมไททาเนียม
- ทันตแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเปิดเหงือกเพียงเล็กน้อย ในการติดเสายึด (Abutment) หรือ โลหะยึดแผงฟันปลอม (Ball/Bar) ลงบนรากฟันเทียมไททาเนียม
- สำหรับกรณีการปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับครอบฟันหรือสะพานฟัน ทันตแพทย์จะทำการติดเสายึด ให้แก่ผู้เข้า
รับบริการ และด้วยวิวัฒนาการที่ทันสมัย ในปัจจุบันได้มีการผลิตรากฟันเทียมไททาเนียมพร้อมเสายึด ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการรักษาและยังช่วยร่นระยะเวลาในการรักษาอีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ในการพิจารณาถึงความเหมาะสม
- สำหรับกรณีการปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอม ทันตแพทย์จะทำการยึดโลหะยึดแผงฟันปลอม
(Ball/Bar) ลงบนรากฟันเทียมไททาเนียม
- การติดครอบฟัน สะพานฟันหรือแผงฟันปลอม
- ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากเพื่อการทำครอบฟัน สะพานฟัน หรือ ฟันปลอม ให้แก่ผู้เข้ารับบริการ
- สำหรับกรณีการปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับครอบฟันหรือสะพานฟัน หลังจากทันตแพทย์ได้จัดทำครอบฟันหรือสะพานฟันแบบถาวรแล้ว ทันตแพทย์จะทำการติดบนเสายึด
(Abutment) ให้แบบถาวร
- สำหรับกรณีการปลูกรากฟันเทียมเพื่อรองรับแผงฟันปลอม ทันตแพทย์จะทำการยึดแผงฟันปลอมบนโลหะยึด
(Ball/Bar) และสอนวิธีการถอดและการติดแผงฟันปลอมบนโลหะยึด (Ball/Bar) ซึ่งสามารถทำได้อย่างง่ายๆ
อาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัดปลูกรากฟันเทียม
หลังการผ่าตัดเพื่อปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมบนกระดูกรองรับฟัน กระดูกรองรับฟันและเหงือกบริเวณนั้นอาจเกิดการกระทบ
กระเทือน ก่อให้เกิดอาการปวดบวมในระยะแรก อย่างไรก็ตามผู้เข้ารับบริการสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากเกินไป
คำแนะนำและข้อปฏิบัติหลังการเข้ารับการผ่าตัดปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม
- ภายในวันแรกหลังการผ่าตัดควรรับประทานอาหารชนิดเหลวเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเศษอาหารและการก่อให้เกิดการ
ระคายเคืองแก่
บาดแผล หลังจากนั้น ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ หรือเคี้ยวง่ายๆต่อไปประมาณ 1 สัปดาห์
- ห้ามรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดภายในวันแรกหลังการผ่าตัด
- อาการบวมเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด ทั้งนี้หากผู้เข้ารับบริการมีอาการบวมมากผิดปกติหรือเกิดอาการเจ็บ
ปวด หรือ อาการเลือดไหลไม่หยุด ให้รีบติดต่อทันตแพทย์หรือศูนย์ทันตกรรมทันที
- ควรใช้น้ำยาบ้วนปากแบบฆ่าเชื้ออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือตอนเช้าและก่อนนอน โดยผสมน้ำยา 1 ฝากับน้ำอุ่นแล้วอมไว้ประมาณ1 นาที ใช้ติดต่อกันจนหมด
- ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มมึนเมา
- ไม่ควรสวมใส่ฟันปลอมเก่าจนกว่าจะได้รับการแก้ไขจากทันตแพทย์ เพราะอาจมีผลต่อบริเวณแผลและการล่าช้าในการสมานของแผล
- หลีกเลี่ยงการบดเคี้ยวหรือการรับแรงกระแทกบริเวณที่ปลูกรากฟันเทียมในช่วงรักษาแผล
- ควรนอนบนหมอนสูงในช่วงระยะแรกหลังการผ่าตัด เพื่อช่วยลดอาการบวมที่อาจเกิดขึ้นได้
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหลังการผ่าตัด
คำแนะนำด้านการดูแลหลังการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียม
การแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน และ การทำความสะอาดอย่างถูกต้องรวมถึงการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างสม่ำเสมอนั้น
มีความสำคัญเสมอ แม้หลังได้รับการปลูกรากฟันเทียมไททาเนียมแล้วก็ตาม ซึ่งข้อปฏิบัติในการดูแลมีดังนี้
- ควรแปรงฟันหลังรับประทานอาหารและก่อนเข้านอนด้วยแปรงขนนุ่ม
- ควรใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง และควรใช้แปรงซอกฟันในการทำความสะอาดซอกฟันเพื่อป้องกันคราบแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือกและปัญ
หาในช่องปากต่างๆ
- ก่อนเข้านอนควรบ้วนปากด้วยน้ำยาที่ผสมสารฟลูออไรด์ โดยกลั้วปากนานอย่างน้อย 1 นาทีและไม่ควรรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำภายใน 30 นาที เพื่อสุขอนามัยของปากและฟันที่ดี
- ควรระมัดระวังในการรับประทานอาหารที่มีความแข็ง หรือ เหนียว เกินไป
- ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน รวมถึงเข้ารับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
หัวข้อใกล้เคียงและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา
|